Monday, October 20, 2008
ภาพแขวนผนัง Blog
Sunday, August 17, 2008
เมล็ดพันธ์ุแห่งปัญญาได้ถูกโปรยหว่านแล้วในไอซ์แลนด์

....
Wednesday, June 11, 2008
A journey to the center of the earth



Friday, June 6, 2008
Lost in Iceland
Polar B E A R
-----------------------------------------------------------------------------------------

ลอย..
ละลาย...
ล่อง....
หลง..... LOST
มอม...
แมม...
มืด... มน...
IN
ซัด..โซ...
หิว...โหย...
หา...
เห็น...
ตื่น...!!!
ตีบ...
ตัน....
ต้อง...
........
....หลับสบาย ....
I C E L A N D
ระลีกไว้ ในไอซ์แลนด์
Wednesday, June 4, 2008
เสียงเพลงจากโลกด้านในที่เพราะที่สุดในโลก
Sunday, May 18, 2008
มุมตึก...Barcelona
ว่าแล้วมา เข้าซอกตึกกัน....

Tuesday, April 8, 2008
ทฤษฏี...เค้ก

Sunday, April 6, 2008
เรื่องเล่าผ่านเอ็ม (M)indfulness

MSN เป็นสิ่งหนี่งที่ทำให้เรากับน้องสาวเหมือนนั่งคุยกันได้ทุกวันในสารพัดเรื่องราว แม้ว่าเราจะอยู่ไกลกันคนละซีกโลก...
เซียง คือชื่อของน้องสาวร่วมสายเลือด
แล้ววันหนี่งอยู่ๆก็มาบอกว่า จะไม่ออนไลน์สักสิบวันนะ จะไปฝึกวิปัสนา พูดปุ๊บพรุ่งนี้เซียงก็หายหน้าจากเอ็มไปประมาณสิบวันอย่างที่บอก เพราะการไปคราวนี้ ไม่ว่าเทคโนโลยีสื่อสารใดๆก็ไม่อาจเข้าถึงได้ ทำเอาเรารู้สึกขาดอะไรบางอย่างไปอย่างถนัดใจ...
วันนี้ ก็มี ไอคอน smily โผล่มาจากเอ็มจากเซียง เราก็ดีใจตื่นเต้นอยากฟังเรื่องราวประสบการณ์การปลีกวิเวกของเซียงในครั้งนี้..
เราได้อ่าน แล้วรุ้สึกดีๆปนที่งไปด้วย..
เลยขอคัดลอก บอกต่อหากใครสนใจ เรื่องราวในครั้งนี้...
Sun คือชื่อในเอ็มของเซียง
sun says: (23:28:30)
ชีวิตประกอบด้วย ร่างกาย+ จิต
ร่างกาย อยู่ได้ด้วยอาหาร
เป็นพลังงาน ทำให้ตัวเองอยู่ได้ ไม่กินก้อเพลีย
ส่วนของร่างกายนี้ ก้อจะดึงอาหาร ไขมันที่สะสมอยู่ออกมาใช้ทดแทนหล่อเลี้ยงตัว
sun says: (0:02:59)
Saturday, March 15, 2008
ตามล่า Northern light
สามปีกับการเฝ้ารอคอยว่าสักวันจะได้เห็นแม่หญิงงามออโรร่านางนี้สักที แบบวาดลวดลายรำร่ายเต็มที่เต็มท้องฟ้ากับอาภรณ์ของเธอในหลากหลายสี ที่พริ้วไหวไปมาอย่างอ่อนนุ่ม
แต่ยังไม่เจอเธอเต็มๆสักที...
Thursday, February 28, 2008
หลายไมล์ไปกับจิต

หากต้องเดินทางไปไหนสักที่ไกลๆในการสิ้นสุดการเดินทางในแต่ละครั้งมักจะเหนื่อย เมื่อย เพลีย อ่อนล้า ร่างกายเรามันส่งสัญญาณเหล่านี้ได้ สำหรับจิตใจและความคิดเราหละมันเดินทางในแต่ละวันไปโน่นมานี่มากมายหากเทียบวัดค่าความเร็วได้มันคงเป็นการเดินทางที่ไวกว่าแสง ไกลกว่า ไวกว่า กับการเดินทางของจิต วิ่งไปมาจากตัวเราไปโน่นมานี่ตลอดเวลา บางวันถึงกับไม่ยอมกับมาหาตัวเราก็มี หลงเพลิดเพลินกับแสงสีที่ไหนไม่ทราบ มันมีสัญญาณเตือนมั๊ยว่า มันเหนื่อย มันล้า มันไม่ไหวแล้วว..
Sunday, January 27, 2008
คบเด็กหลังบ้าน
เสียงแจ้วๆพาสงสัยว่า อะไรเคลื่อนไหวอยู่หลังบ้าน พอเปิดประตูไปเท่านั้น ก็ตาสบตากับหนุ่มตัวน้อยหน้ามล แก้มแดงแจ๊ดยืนคลุกหิมะเล่นอยู่โดยไม่ยี่หละกับความเย็นแต่อย่างใด เราพยายามสื่อสารถึงกันพอสมควร พูดกันคนละภาษาแต่เข้าใจกันทางรอยยิ้มมากกว่าซะนั่น คาดเดาว่าเจ้าตัวน้อยเองก็ยังพูดไม่ได้เป็นภาษามากนัก แต่ก็พยายามฝีก มีมนุษย์สัมพันธ์อย่างดี เอ๊ะ...หรือว่าเจ้าหมอนี่คิดตีท้ายหลังบ้านตั้งแต่เด็ก โชคดีที่เรายังไม่มีลูกสาวนะ รอหน่อยนะเจ้าหนู!
Sunday, January 20, 2008
หิมะ ปุย..ปุย...



ส่วนในเย็นวันเดียวกันนั้นเอง หิมะกองเต็มระเบียงหลังบ้าน แล้วอะไรหลายๆอย่างเหมาะเจาะ ความเย็นและความเปียกเของหิมะซึ่งไม่ร่วนเกินไป พอที่จะเกาะตัวกันเป็นก้อนๆได้ เลยจับปั้นก้อนกลมๆสองก้อน ก้อนหนี่งใหญ่และก้อนหนี่งเล็ก ทำการประกอบร่าง เสริมจมูก ใส่ลูกตา เป็นตุ๊กตาหิมะตัวขนาดย่อม แล้วอัญเชิญใส่จานมาเป็นนายแบบให้ถ่ายภาพ แต่งตัวให้เล็กน้อย พอได้ที่เจ้าตุ๊กตาหิมะก็ทำหน้ากลม ปากจู๋ แอ๊คท่าให้ถ่ายรูปอย่างเต็มใจ ส่งมาอวดนายแบบตัวน้อยของเรากันสักหน่อย
จากนั้น จับถอดเสื้อแล้วก็ราดน้ำแดงเฮลบลูบอยซะเลย น่ารัก น่ากิน เอ้ย น่าชังนัก อิอิ...Tuesday, January 1, 2008
เสียงสนั่นฟ้า แสงกระจ่างเมือง
คนที่นี่เชื่อกันว่า ไม่มีที่ไหนในโลก คลั่งไคล้การจะพลุฉลองต้อนรับปีใหม่ได้เท่าคนไอซ์แลนด์ ซึ่งถึงขนาดชาวต่างชาติเดินทางมาที่นี่ช่วงนี้เพื่อมาดูการเล่นพลุกันทั้งเมือง
พลุที่เมืองไหนๆก็จุดกันทั้งนั้น สารพันแฟนซีสวยงามตระการตา
แต่... ที่นี่ ไม่ พลุธรรมดาๆที่ชาวบ้านที่นี่จุดกันเองเกือบทุกบ้านนี่แหละ จุดเด่นก็ตรงที่ เขาจุดกันทั้งเมืองทุกตารางเมตรของพื้นที่ชุมชมที่นี่ มันโป้ง..ป้าง.. ไปทุกระหนระแหง หากยืนตรงที่สุงที่อยู่ในจุดมองเห็นภาพมุมกว้างของเมืองแล้วละก็ มันตูมตามทั้งตาทั้งหัวใจเลยทีเดียว อะไรจะขนาดนั้น
ปีนี้ก็เข้าครั้งที่สามแล้วกับการได้เห็นการเล่นพลุอย่างคลั่งของคนที่นี่ สนนราคานั้นไม่ต้องพูดถึง เหมือนเผาเงินเล่นกันกลางอากาศกันต่อปีเป็นเป็นจำนวนเงินหลายร้อยล้านบาท แต่คนที่นี่ไม่หวั่น นานทีปีหน กับความมืดและเย็นยาวนานถึง6เดือนของประเทศนี้ การได้จุดดอกไม้ไฟ ให้มันสว่างอร่ามตาสะเทือนหูสักช่วงเวลาสั้นๆนั้น มันก็เท่ากับได้ปลดปล่อยได้เต็มที่ของคนที่นี่
ดูวีดีโอคลิปข้างบนไปก็รู้สีกเหมือนกับว่าทั้งเมืองทำสงคราม ยิงกันสนั่น แสงไฟกระจ่าง แต่มันเป็นสงครามแห่งความหรรษา บันเทิง เรายิงดอกไม้ไฟขี้นฟ้า อวดสีสรรต่างๆจากประกายไฟ เพื่อได้ประกาศความสุขี ยินดี ..
หากเพียงแต่ว่า สงครามแห่งความขัดแย้ง เราไม่สามารถเปลี่ยน ขีปนาวุธทั้งหลาย เป็นดอกไม้ไฟแห่งความบันเทิงสุขสันต์ได้ก็เท่านั้นเอง
สิ่งหนี่งที่น่าเสียดายยิ่งกว่า มูลค่าของขีปนาวุธนั้นนอกจากตัวเลขที่ทวีคูณมากกว่านี้ยิ่งนัก มันไม่ใช่แค่เผาเงินไปในอากาศ แต่มันยังเผาผลาญชีวิตและความรู้สึกของคนไปทั้งโลก
ว่าแล้วมะ ลงทุนสักแดงสองแดงแสดงความบันเทิงต่อกันดีกว่า

























