Sunday, January 27, 2008

คบเด็กหลังบ้าน

เสียงแจ้วๆพาสงสัยว่า อะไรเคลื่อนไหวอยู่หลังบ้าน พอเปิดประตูไปเท่านั้น ก็ตาสบตากับหนุ่มตัวน้อยหน้ามล แก้มแดงแจ๊ดยืนคลุกหิมะเล่นอยู่โดยไม่ยี่หละกับความเย็นแต่อย่างใด เราพยายามสื่อสารถึงกันพอสมควร พูดกันคนละภาษาแต่เข้าใจกันทางรอยยิ้มมากกว่าซะนั่น คาดเดาว่าเจ้าตัวน้อยเองก็ยังพูดไม่ได้เป็นภาษามากนัก แต่ก็พยายามฝีก มีมนุษย์สัมพันธ์อย่างดี เอ๊ะ...หรือว่าเจ้าหมอนี่คิดตีท้ายหลังบ้านตั้งแต่เด็ก โชคดีที่เรายังไม่มีลูกสาวนะ รอหน่อยนะเจ้าหนู!

Sunday, January 20, 2008

หิมะ ปุย..ปุย...

มองผ่านช่องหน้าต่างบานใหญ่ข้างโต๊ะทำงาน เพื่อพักสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ภาพที่เห็นชวนฝันเหลือเกิน หิมะกำลังตกโปรยปรายอย่างแผ่วเบา พื้นที่บริเวณ ปกคลุมไปด้วยหิมะปุกปุยไปหมด ถึงกับอดใจไม่ไหวคว้ากล้องและเสื้อกันหนาวลงไปเก็บภาพมาฝากกันสักหน่อย ...














ส่วนในเย็นวันเดียวกันนั้นเอง หิมะกองเต็มระเบียงหลังบ้าน แล้วอะไรหลายๆอย่างเหมาะเจาะ ความเย็นและความเปียกเของหิมะซึ่งไม่ร่วนเกินไป พอที่จะเกาะตัวกันเป็นก้อนๆได้ เลยจับปั้นก้อนกลมๆสองก้อน ก้อนหนี่งใหญ่และก้อนหนี่งเล็ก ทำการประกอบร่าง เสริมจมูก ใส่ลูกตา เป็นตุ๊กตาหิมะตัวขนาดย่อม แล้วอัญเชิญใส่จานมาเป็นนายแบบให้ถ่ายภาพ แต่งตัวให้เล็กน้อย พอได้ที่เจ้าตุ๊กตาหิมะก็ทำหน้ากลม ปากจู๋ แอ๊คท่าให้ถ่ายรูปอย่างเต็มใจ ส่งมาอวดนายแบบตัวน้อยของเรากันสักหน่อย



จากนั้น จับถอดเสื้อแล้วก็ราดน้ำแดงเฮลบลูบอยซะเลย น่ารัก น่ากิน เอ้ย น่าชังนัก อิอิ...


Tuesday, January 1, 2008

เสียงสนั่นฟ้า แสงกระจ่างเมือง

คนที่นี่เชื่อกันว่า ไม่มีที่ไหนในโลก คลั่งไคล้การจะพลุฉลองต้อนรับปีใหม่ได้เท่าคนไอซ์แลนด์ ซึ่งถึงขนาดชาวต่างชาติเดินทางมาที่นี่ช่วงนี้เพื่อมาดูการเล่นพลุกันทั้งเมือง

พลุที่เมืองไหนๆก็จุดกันทั้งนั้น สารพันแฟนซีสวยงามตระการตา

แต่... ที่นี่ ไม่ พลุธรรมดาๆที่ชาวบ้านที่นี่จุดกันเองเกือบทุกบ้านนี่แหละ จุดเด่นก็ตรงที่ เขาจุดกันทั้งเมืองทุกตารางเมตรของพื้นที่ชุมชมที่นี่ มันโป้ง..ป้าง.. ไปทุกระหนระแหง หากยืนตรงที่สุงที่อยู่ในจุดมองเห็นภาพมุมกว้างของเมืองแล้วละก็ มันตูมตามทั้งตาทั้งหัวใจเลยทีเดียว อะไรจะขนาดนั้น

ปีนี้ก็เข้าครั้งที่สามแล้วกับการได้เห็นการเล่นพลุอย่างคลั่งของคนที่นี่ สนนราคานั้นไม่ต้องพูดถึง เหมือนเผาเงินเล่นกันกลางอากาศกันต่อปีเป็นเป็นจำนวนเงินหลายร้อยล้านบาท แต่คนที่นี่ไม่หวั่น นานทีปีหน กับความมืดและเย็นยาวนานถึง6เดือนของประเทศนี้ การได้จุดดอกไม้ไฟ ให้มันสว่างอร่ามตาสะเทือนหูสักช่วงเวลาสั้นๆนั้น มันก็เท่ากับได้ปลดปล่อยได้เต็มที่ของคนที่นี่

ดูวีดีโอคลิปข้างบนไปก็รู้สีกเหมือนกับว่าทั้งเมืองทำสงคราม ยิงกันสนั่น แสงไฟกระจ่าง แต่มันเป็นสงครามแห่งความหรรษา บันเทิง เรายิงดอกไม้ไฟขี้นฟ้า อวดสีสรรต่างๆจากประกายไฟ เพื่อได้ประกาศความสุขี ยินดี ..

หากเพียงแต่ว่า สงครามแห่งความขัดแย้ง เราไม่สามารถเปลี่ยน ขีปนาวุธทั้งหลาย เป็นดอกไม้ไฟแห่งความบันเทิงสุขสันต์ได้ก็เท่านั้นเอง

สิ่งหนี่งที่น่าเสียดายยิ่งกว่า มูลค่าของขีปนาวุธนั้นนอกจากตัวเลขที่ทวีคูณมากกว่านี้ยิ่งนัก มันไม่ใช่แค่เผาเงินไปในอากาศ แต่มันยังเผาผลาญชีวิตและความรู้สึกของคนไปทั้งโลก

ว่าแล้วมะ ลงทุนสักแดงสองแดงแสดงความบันเทิงต่อกันดีกว่า